apple stories
Swift Student Challenge ปีนี้ผสมผสานการช่วยการเข้าถึงและ AI ได้อย่างลงตัว
การรับฟีดแบ็คแบบเรียลไทม์ขณะนำเสนองาน การอพยพจากเขตน้ำท่วมในอักกราการเล่นวิโอลาโดยไม่ต้องใช้เครื่องดนตรีจริง การวาดรูปบน iPad โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมือสั่น นี่เป็นเพียงหนทางแก้ไขปัญหาสี่อย่างที่ Distinguished Winner จาก Swift Student Challenge ประจำปีนี้ได้สร้างสรรค์ด้วย Playground แอปที่คว้ารางวัลมาให้
Swift Student Challenge ประจำปีได้เชิญชวนให้นักศึกษาจากทั่วโลกทำไอเดียให้เป็นจริงขึ้นมาผ่าน Playground แอปแบบต้นฉบับที่มาพร้อมกับภาษาเขียนโค้ด Swift ที่ทำความเข้าใจได้ง่าย โดยผลงานส่งประกวดที่ได้รับรางวัล 350 รายการในปีนี้มาจาก 37 ประเทศและภูมิภาคพร้อมแสดงให้เห็นถึงความรู้ด้านเทคโนโลยีที่หลากหลาย
"ความคิดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบที่เราได้เห็นใน Swift Student Challenge นั้นทำให้เราทึ่งอยู่เสมอ" Susan Prescott รองประธานฝ่าย Worldwide Developer Relations ของ Apple กล่าว "ผู้ชนะในปีนี้ได้พบวิธีเจ๋งๆ ที่จะใช้พลังจากแพลตฟอร์มของ Apple, Swift และเครื่องมือ AI เพื่อสร้าง Playground แอปที่ทั้งน่าทึ่งในเชิงเทคนิคและมีความหมาย เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะได้สนับสนุนเส้นทางการเขียนโค้ดของนักศึกษาและรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกเขาจะสร้างต่อไป"
Distinguished Winner ห้าสิบรายได้รับเชิญให้มาเข้าร่วม Worldwide Developers Conference (WWDC) ที่ Apple Park ในเดือนมิถุนายน ซึ่งพวกเขาจะได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่คัดสรรมาโดยเฉพาะตลอดสามวัน และตลอดทั้งสัปดาห์ นักศึกษาจะมีโอกาสรับชม Keynote แบบสดๆ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรของ Apple พร้อมกับเข้าร่วมแล็ปที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
ผู้ชนะหลายคนในปีนี้ได้แรงบันดาลใจจากชุมชน หรือแม้แต่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารในครัวในการรังสรรค์แอปอันน่าทึ่งที่เน้นให้ทุกคนเข้าถึงได้ และ Distinguished Winner อย่าง Gayatri Goundadkar, Anton Baranov, Karen-Happuch Peprah Henneh และ Yoonjae Joung จะมาอธิบาย Playground แอปและปัญหาในชีวิตจริงที่พวกเขาตั้งใจจะแก้ไข พร้อมกับแสดงให้เห็นพลังแห่งการพัฒนาแอปที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
รังสรรค์งานศิลปะได้ง่ายขึ้นเพราะมือนิ่ง
Gayatri Goundadkar อายุ 20 ปีโตมากับการวาดและเขียนภาพกับคุณยายในเมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย ยายและหลานชื่นชอบการเขียนภาพแบบวาร์ลี ซึ่งเป็นศิลปะที่มีความเก่าแก่ยาวนานหลายศตวรรษซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน แต่เมื่อคุณยายของ Goundadkar มีอายุมากขึ้นก็เริ่มมือสั่นและไม่สามารถทำงานศิลปะทุกวันได้ การสูญเสียความสามารถของคุณยายติดอยู่ในใจของ Goundadkar และทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจในการสร้าง Steady Hands ซึ่งเป็น Playground แอปที่ใช้ความเสถียรของ Apple Pencil เพื่อช่วยให้ผู้ที่มือสั่นสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้
"กลุ่มเป้าหมายหลักของฉันคือผู้สูงอายุ" Goundadkar นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ปี 3 ที่ Maharashtra Institute of Technology World Peace University ซึ่งเป็นที่ๆ เธอได้มีส่วนร่วมในโปรแกรมการพัฒนาแอปอธิบาย "และโดยเฉพาะในอินเดีย คนรุ่นนั้นอาจคิดว่าเทคโนโลยีใช้ยาก ฉันจึงตัดสินใจทุกอย่างโดยคำนึงถึงเรื่องนั้น อินเทอร์เฟซต้องทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ดูเหมือนการรักษาผู้ป่วย ฉันไม่อยากให้คนเปิดแอปมาแล้วรู้สึกไปไม่เป็นหรือรับไม่ไหว ฉันอยากให้พวกเขารู้สึกว่าแอปนี้สร้างมาเพื่อพวกเขา"
ก่อนที่ Goundadkar จะทำให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพได้อย่างอิสระ เธอต้องเข้าใจอาการมือสั่นและผลกระทบที่มีต่อการโต้ตอบบนหน้าจอสัมผัสของ iPad ก่อน เธอได้แรงบันดาลใจบางส่วนจากคุณสมบัติการช่วยการเข้าถึงของ Apple อย่างการช่วยปรับการสัมผัส และเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้คอนเซ็ปต์ของ SwiftUI โดยใช้ Claude จาก Antropic เพื่อช่วยถอดบทเรียนในหัวข้อต่างๆ เช่น วิธีที่ PencilKit จัดการข้อมูลของเส้น และเธอได้สร้างเครื่องมือที่วิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวแบบดิบจาก iPad และ Apple Pencil เพื่อให้สามารถระบุอาการมือสั่นของผู้ใช้ได้ โดยเครื่องมือนี้จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือและใช้เทคนิคการประมวลผลสัญญาณเพื่อระบุความถี่และความรุนแรงของอาการมือสั่น
"เมื่อผู้ใช้วาดภาพ แอปของฉันจะใช้ PencilKit ของ Apple และเฟรมเวิร์ก Accelerate เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของเส้นและจดจำอาการมือสั่น แอปจะจดจำว่าลายเส้นไหนตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจวาด แล้วลบองค์ประกอบที่เกิดจากอาการมือสั่นออกไป" เธอกล่าว "จากนั้นทุกภาพที่วาดจะปรากฏในพิพิธภัณฑ์ 3 มิติส่วนตัว เพราะฉันอยากให้พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นศิลปิน ไม่ใช่คนไข้ เมื่อผู้ใช้เห็นว่าวาดภาพได้นิ่ง ก็จะรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น"
ทำให้การนำเสนองานสมบูรณ์แบบด้วย Pitch Coach
Anton Baranov อายุ 22 ปี นั่งอยู่ตรงโต๊ะในครัวที่บ้านในแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนีตอนที่แม่ของเขาซึ่งเป็นอาจารย์ด้านภาษาศาสตร์และวรรณคดี พูดสิ่งที่ทำให้เขาสะดุดใจ
"แม่บอกว่านักศึกษามีความสามารถมาก แต่บางครั้งตอนนำเสนองาน พวกเขาก็ชะงัก ไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรต่อ แล้วก็ทำตัวงอ ไม่สามารถแบ่งปันไอเดียต่างๆ ได้" Baranov นักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ University of Applied Sciences Mittelhessen ในเยอรมนีกล่าว ช่วงเวลานั้นแหละที่ pitch coach ซึ่งเป็นแอปที่ Baranov นิยามว่าเป็น "ผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence เพื่อให้นำเสนองานได้เหมือนในรายการ Shark Tank" ได้ถือกำเนิดขึ้น
Baranov ที่เริ่มเขียนโปรแกรมเมื่อตอนอายุ 16 ปีใช้ Swift เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และในเดือนกุมภาพันธ์ เขาก็ได้สร้างแอป pitch coach เขาได้นำแอปเวอร์ชั่นแรกๆ ไปให้นักศึกษาของแม่ลองใช้และพบอุปสรรคเฉพาะตัวคือ นักศึกษารู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน แต่ก็มารู้หลังจากที่ทำผิดพลาดไปแล้ว "นักศึกษาบอกผมว่าอยากรู้ตัวตอนที่กำลังนำเสนองานอยู่เลย" Baranov เล่า "นั่นคือสาเหตุที่การให้ฟีดแบ็คแบบเรียลไทม์และการติดตามท่าทางด้วย AirPods เป็นหัวใจหลักของแอป"
และเพื่อเป็นการช่วยให้ผู้ใช้ก้าวข้ามความวิตกกังวลระหว่างนำเสนองาน Baranov ได้ใช้เฟรมเวิร์ก Foundation Models ของ Apple เพื่อสร้างฟีดแบ็คเฉพาะบุคคลที่อยู่ในบริบทของการนำเสนอและการสรุปหลังจากทุกเซสชั่น และจะแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพูดคำฟุ่มเฟือยเช่น "แบบว่า" หรือ "เอ่อ" เขายังใช้ Claude Agent ใน Xcode 26 เพื่อแปลแอปออกมา 20 ภาษาและปรึกษาเพื่อนๆ และเพื่อนร่วมงานให้ช่วยระบุคำฟุ่มเฟือยในภาษาอื่นๆ
Baranov เปิดตัว pitch coach บน App Store ในช่วงต้นเดือนมีนาคม และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็มียอดดาวน์โหลดแบบออร์แกนิกกว่า 6,000 ครั้ง ผู้ใช้แอปส่วนใหญ่ใช้แอปเพื่อฝึกฝนการนำเสนอ แต่ Baranov บอกว่าการใช้งานบางอย่างก็ทำให้เขายิ้ม เช่น การฝึกร้องเพลงแรปและฝึกเดี่ยวไมโครโฟน "ผู้ใช้เป็นคนให้คำนิยามกับแอป ถ้าพวกเขาชอบใช้เพื่อจุดประสงค์นี้ พวกเขาก็จะใช้มันเพื่อจุดประสงค์นี้" เขากล่าว
ค้นหาเส้นทางอพยพจากเขตน้ำท่วมด้วย Asuo
Karen-Happuch Peprah Henneh เพิ่งเรียนรู้การใช้ Swift ในปีนี้ หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่บ้านเกิดของเธอใน Ghana แล้ว Henneh ก็เบนเข็มไปทางแอนิเมชั่นเพราะโอกาสในสายอาชีพเขียนโค้ดนั้นมีน้อย เธอเรียนรู้ Figma และ HTML5 ไปด้วยและกำลังศึกษาระดับปริญญาโทในการออกแบบปฏิสัมพันธ์ที่ California College of the Arts
เธอออกแบบ Asuo ซึ่งเป็น Playground แอปที่ได้รางวัลสำหรับชุมชนที่เสี่ยงน้ำท่วม (Asuo แปลว่า "น้ำไหล" ในภาษาทวิ ซึ่งเป็นภาษาที่พูดกันอย่างแพร่หลายในกานา) Asuo จะเสนอเส้นทางปลอดภัยแบบเรียลไทม์ให้กับผู้ที่อยู่ในเขตน้ำท่วม และใช้ข้อมูลจริงจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เมืองอักกราในปี 2015 ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตการณ์ต่อเนื่องมากมาย
"ประสบการณ์นั้นติดอยู่ในใจฉันเพราะทั้งประเทศกำลังโศกเศร้า" Henneh กล่าว "ฉันตัดสินใจว่าถ้ามีโอกาส นี่เป็นอย่างที่ฉันจะลงมือทำ นั่นคือการสร้างแอปที่สามารถคำนวณความรุนแรงของฝนและใช้อัลกอริทึมค้นหาเส้นทางที่ใช้ข้อมูลน้ำท่วมในอดีต"
ในการสร้าง Asuo นั้น Henneh ไม่ได้เพียงแต่รวบรวมข้อมูลทั้งหมด แต่ยังตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถใช้งานได้ "การช่วยการเข้าถึงเป็นหัวใจหลักตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่สิ่งที่นึกได้ในภายหลัง" เธอกล่าว "ฉันเชื่อว่าตอนที่เกิดวิกฤต ไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเพราะความพิการหรือข้อจำกัด"
องค์ประกอบอินเทอร์แอ็คทีฟของแอปมีป้าย VoiceOver และการเสนอต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่บกพร่องทางสายตาสามารถใช้ทุกหน้าจอได้ และ Henneh ยังสร้างระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงที่ปรับแต่งได้เองโดยใช้ AVSpeechSynthesizer ซึ่งผู้ใช้สามารถสลับเปิดได้ด้วยปุ่มลำโพง
หลังจากออกแบบอินเทอร์เฟซของ Asuo ใน Figma แล้ว Henneh ก็หันมาใช้ Claude เพื่อช่วยออกแบบตัวจำลองฝนบนหน้าจอเปิดแอป รวมถึงใช้อัลกอริทึมค้นหาเส้นทาง A* "ฉันเป็นนักออกแบบ จึงไม่ได้ลงลึกในเชิงเทคนิคมาก" เธอเล่า "ฉันใช้เอเจนต์ AI เพื่อช่วยในด้านนั้น ฉันสามารถทำบางอย่างที่ปกติแล้วใช้เวลาเป็นเดือนให้เสร็จภายในสามหรือสี่วันได้"
Henneh นำการอภิปรายและเวิร์กช็อปในโรงเรียนต่างๆ รวมถึงที่ University of Education ในกานาและ UniMAC ผ่านองค์กรไม่แสวงหากำไร Radiance Girl Africa โดยมุ่งส่งเสริมสตรีอายุน้อยให้ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีและศิลปะ "การแบ่งแยกทางดิจิทัลนั้นชัดเจนมาก" Henneh กล่าว "หลายคนโตมาไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ มีปัญหามากมายที่เทคโนโลยีสามารถแก้ไขได้ และหากผู้คนจากประเทศของฉันไม่ใช่คนออกแบบแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่จะตามให้ทันแล้วเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีให้ได้ ฉันเลยออกแบบแอปมาให้ชุมชนชายขอบ"
ทำให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนดนตรีได้ด้วย LeViola
เมื่อ Yoonjae Joung นักศึกษาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์วัย 21 ปีเก็บของเพื่อไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ New York University เขาไม่สามารถใส่วิโอลาลงในกระเป๋าเดินทางได้ หลังจากที่เขาไปชมคอนเสิร์ตที่ New York Philharmonic เขาก็เริ่มคิดถึงเครื่องดนตรีคู่ใจ นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจในการสร้าง LeViola ซึ่งเป็น Playground แอปที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เข้าถึงการเรียนและเล่นวิโอลาได้
แม้ว่า Joung จะเขียนโค้ดมาแล้วเป็นเวลานานและได้สร้างนาฬิกาจับเวลาเพื่อควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องเรียนสมัยยังเป็นวัยรุ่นในโซล ประเทศเกาหลีใต้ อีกทั้งยังได้พัฒนาอุปกรณ์เพื่อน AI สำหรับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังไปในเร็วๆ นี้ เขาก็ยังใหม่กับ Swift อยู่ "เมื่อผมเกิดไอเดียอยากใช้มือเล่นเครื่องดนตรีและใช้โอเวอร์เลย์กล้องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดท่าทางการจับคันชัก ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน" เขากล่าว Joung ได้ใช้ Claude และ Codex ของ OpenAI และ Gemini ของ Google เพื่อทำความคุ้นเคยกับภาษาเขียนโค้ด จากนั้นเขาก็ลองใช้ Create ML เพื่อสอนโมเดลของตัวเองก่อนนำมาผสานรวมในแอปโดยใช้ Core ML
ขณะที่สร้าง LeViola นั้น Joung ตั้งเป้าว่าจะใช้เฟรมเวิร์กของ Apple สำหรับการเรียนรู้ของระบบบนอุปกรณ์ "ผมใช้เฟรมเวิร์กเหล่านี้เพื่อวิเคราะห์ข้อต่อมือซ้าย เพื่อระบุว่าจะกดโน้ตตัวไหน" เขาอธิบาย "ผมตัดสินใจติดตามมุมการเคลื่อนไหวของมือขวา เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างสายและมอบประสบการณ์การเล่นที่สมจริง"
Joung ตระหนักได้ถึงอุปสรรคในการเริ่มต้นเมื่อเรียนรู้วิธีเล่นเครื่องดนตรี เพราะว่าเครื่องดนตรีส่วนใหญ่มีน้ำหนัก และการเรียนอาจมีราคาแพง "ผมใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงกับผู้คน" เขากล่าว "แอปนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะผมสามารถสร้างแอปแบบเดียวกันนี้สำหรับเครื่องดนตรีอื่นด้วย ตอนนี้ ผู้คนที่ไม่มีเครื่องดนตรีก็สามารถเล่นดนตรีคลาสสิกได้แล้ว ผมอยากให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมีโอกาสเรียนวิธีเล่นเครื่องดนตรีและเพลิดเพลินกับการฟังออร์เคสตรา และ iPhone ก็ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้"
และแม้ว่า Joung จะโฟกัสกับ LeViola เป็นหลักในตอนนี้ เขาก็มีไอเดียสำหรับอีกแอปที่ผสมผสานความชอบศิลปะและเทคโนโลยีในใจแล้ว "ผมอยากสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริง" เขากล่าว
Apple ภูมิใจที่ได้ส่งเสริมนักพัฒนา นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการรุ่นถัดไป ผ่านโครงการ Swift Student Challenge ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ผู้เข้าร่วมหลายพันคนจากทั่วโลกได้สร้างเส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จ ก่อตั้งธุรกิจ และสร้างองค์กรที่เน้นให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีได้และใช้มันเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิม ดูเพิ่มเติมได้ที่ developer.apple.com/swift-student-challenge
แชร์บทความ
Media
-
เนื้อหาของบทความนี้
-
รูปภาพในบทความนี้